ฝน (Rain)

การเกิดของฝน ฝนเกิดจาก น้ำโดนความร้อนของแสงจากอาทิตย์หรือความร้อนอื่นใดที่ใช้ในการต้มน้ำ จนทำให้ระเหยกลายเป็นไอน้ำ ลอยขึ้นไปในอากาศ เมื่อไอน้ำมากขึ้นจะรวมตัวเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ ปริมาณของละอองน้ำยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะรวมตัวกันเป็นเมฆฝน พอมากเข้า อากาศไม่สามารถพยุงละอองน้ำเหล่านี้ต่อไปได้ น้ำก็จะหล่นลงมายังผืนโลกให้เราเรียกขานกันว่าฝนตก.

 

ฝนไม่ใช่น้ำตา ! หลายคนบอกว่าหยดฝนเหมือนกับหยดน้ำตา ไม่ใช่เลย , เมื่อฝนเริ่มตกลงมาจะมีหยดน้ำที่มีลักษณะเม็ดใหญ่ เมือเริ่มตกหนักจะกลายเป็นเศษกระจาย , ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเหมือนขนมปังเบอร์เกอร์ก้อนกลมๆ, เมล็ดฝนเม็ดใหญ่จะมีลักษณะคล้าย ๆ กับร่วมชูชีพ.

 

ฝนที่ตกลงมาไม่ได้เป็นน้ำบริสุทธิ์เสมอไป  ฝนอาจจะมีลักษณะ เล็ก บาง แข็ง หรือ เหลว ฝนมีลักษณะเป็น กรด หรืออาจจะมีทรายปนเปื้อน และบางครั้งที่ทะเลทราย คุณจะสามารถเห็นฝุ่นบนกระจกรถ หลังจากฝนหยุดตก เนื่องจากในน้ำฝนมีการปนเปื้อนของทราย.

 

น้ำฝนทั้งหมดบนโลก : บนชั้นบรรยากาศของโลกจะมีไอน้ำ ถ้าไอน้ำที่มีอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลกตกลงมาพร้อมกัน โลกของเราจะรองรับน้ำ หนักถึง 25,000 ลิตร ต่อ ตางรางกิโลเมตร คิดดูสิว่า โลกขอเรามีพื้นที่ประมาณ 514 ล้าน ตารางกิโลเมตร จะมีปริมาณน้ำมากขนาดไหน เดากันไม่ถูกเลยทีเดียวว่าจะมีน้ำหนักของน้ำมหาศาลขนาดไหน.

 

ทำไมถึงรู้สึกเหนียวตัว ? อากาศที่อยู่รอบๆตัวเราจะมีไอน้ำ, ตอนเหงื่อออกเราจะมีความรู้สึกว่าเหนียวตัว เพราะว่าเหงื่อของเราไม่สามารถที่จะระเหยได้ง่าย และจะติดที่ผิวของเรา เราจึงมีความรู้สึกเหนียวตัว.

 

สถิติโลก : น้ำฝนที่ตกลงมาในแถบอเมริกาใต้ ในเมือง Lloro ของประเทศ Colombia มีปริมาณน้ำฝนมากถึง 13.30 เมตร ต่อปี สูงเท่ากับตึก 4 ชั้นเลยทีเดียว ส่วนพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดของโลกก็อยู่ในแถบพื้นที่อเมริกาใต้เช่นกันที่เมือง Aica ประเทศ ชิลี ในรอบ 50 ปี มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยแค่ 7 มิลลิเมตรต่อปี.